พระบิดาเจิมเยฮูเป็นกษัตริย์
ผู้เผยพระวจนะหนุ่มคนหนึ่งเทน้ำมันบนศีรษะของเยฮูตามพระวจนะของพระบิดาของเรา แล้ววิ่งหนีไป เยฮูขับรถม้าอย่างคนบ้าไปยังยิสเรเอล ยิงโยรัมทะลุหัวใจและโยนศพลงในนาของนาโบท ฆ่าอาหัสยาห์ และสั่งให้โยนเยเซเบลลงมาจากหน้าต่าง สุนัขเหลือไว้เพียงกะโหลก เท้า และมือของนาง
9 1เอลีชาผู้เผยพระวจนะเรียกลูกศิษย์ผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งมาและสั่งว่า “จงเหน็บชายเสื้อคลุมของเจ้าไว้ที่เข็มขัด เอาขวดน้ำมันนี้ไป แล้วไปยังราโมทกิเลอาด 2เมื่อไปถึง จงหาเยฮูบุตรของเยโฮชาฟัทหลานของนิมชี จงเข้าไปพาเขาลุกขึ้นจากหมู่เพื่อนของเขา แล้วพาเขาเข้าไปในห้องชั้นใน
3จงเอาขวดน้ำมันเทลงบนศีรษะของเขา แล้วพูดว่า ‘พระบิดาพูดดังนี้ว่า เราเจิมเจ้าเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล’ จากนั้นจงเปิดประตูหนีไป อย่ารอช้า”
4ดังนั้นชายหนุ่มผู้รับใช้ของผู้เผยพระวจนะจึงไปยังราโมทกิเลอาด 5เมื่อไปถึง บรรดาแม่ทัพกำลังนั่งประชุมกันอยู่ เขาพูดว่า “ท่านแม่ทัพ ข้าพเจ้ามีเรื่องจะบอกท่าน” เยฮูถามว่า “สำหรับคนไหนในพวกเรา” เขาตอบว่า “สำหรับท่าน ท่านแม่ทัพ”
6เยฮูลุกขึ้นเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มนั้นก็เทน้ำมันลงบนศีรษะของเขาแล้วพูดว่า “พระบิดาพระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดดังนี้ว่า ‘เราเจิมเจ้าเป็นกษัตริย์เหนือประชากรของเรา คือเหนืออิสราเอล 7จงสังหารราชวงศ์ของอาหับเจ้านายของเจ้า เพื่อเราจะได้แก้แค้นเยเซเบลสำหรับโลหิตของบรรดาผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของเราและของทุกคนที่รับใช้เรา 8ราชวงศ์ของอาหับทั้งหมดจะพินาศ เราจะกำจัดผู้ชายทุกคนในราชวงศ์ของอาหับให้สิ้นไปจากอิสราเอล ทั้งทาสและไท 9เราจะทำให้ราชวงศ์ของอาหับเป็นเหมือนราชวงศ์ของเยโรโบอัมบุตรของเนบัทและเหมือนราชวงศ์ของบาอาชาบุตรของอาหิยาห์ 10ส่วนเยเซเบลนั้น สุนัขจะกินซากของนางในที่ดินแปลงหนึ่งที่ยิสเรเอล จะไม่มีใครฝังนาง’” แล้วเขาก็เปิดประตูหนีไป
11เยฮูออกไปหาบรรดาขุนนางของเจ้านายของเขา คนหนึ่งถามว่า “ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือ ทำไมคนบ้าคนนั้นจึงมาหาท่าน” เขาตอบว่า “พวกท่านก็รู้จักคนแบบนั้นและรู้ว่าเขาพูดอะไร”
12พวกเขาพูดว่า “นั่นโกหก! จงบอกเรามาเถิด” เขาจึงตอบว่า “เขาบอกข้าพเจ้าว่า ‘พระบิดาพูดดังนี้ว่า เราเจิมเจ้าเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล’”
13พวกเขารีบเอาเสื้อคลุมของแต่ละคนปูลงบนขั้นบันไดเปล่าให้เยฮูยืน แล้วเป่าแตรและร้องว่า “เยฮูเป็นกษัตริย์แล้ว!”
เยฮูสังหารโยรัมและอาหัสยาห์
14เยฮูบุตรของเยโฮชาฟัทหลานของนิมชีได้คบคิดกบฏต่อโยรัม ขณะนั้นโยรัมกับคนอิสราเอลทั้งหมดกำลังป้องกันราโมทกิเลอาดจากฮาซาเอลกษัตริย์แห่งอารัม 15แต่กษัตริย์โยรัมได้กลับไปยังยิสเรเอลเพื่อรักษาบาดแผลที่คนอารัมทำกับเขาเมื่อครั้งสู้รบกับฮาซาเอลกษัตริย์แห่งอารัม เยฮูจึงพูดว่า “ถ้าพวกท่านเห็นด้วย ก็อย่าให้ใครหนีออกจากเมืองไปรายงานเรื่องนี้ในยิสเรเอล” 16เยฮูขึ้นรถม้าศึกของเขาแล้วขับไปยังยิสเรเอลที่ซึ่งโยรัมนอนป่วยอยู่ ส่วนอาหัสยาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ก็ลงมาเยี่ยมโยรัม 17เมื่อทหารยามบนหอคอยของยิสเรเอลเห็นกองทหารของเยฮูกำลังมา เขาจึงร้องว่า “ข้าพเจ้าเห็นกองทหารกลุ่มหนึ่ง” โยรัมสั่งว่า “จงเรียกพลม้ามาคนหนึ่ง ส่งเขาออกไปพบพวกนั้นและถามว่า ‘มาอย่างสันติหรือ’”
18พลม้าจึงขี่ม้าไปหาเยฮูและพูดว่า “กษัตริย์ถามว่า ‘มาอย่างสันติหรือ’” เยฮูตอบว่า “เรื่องสันติเกี่ยวอะไรกับเจ้า จงตามมาข้างหลังเรา” ทหารยามรายงานว่า “ผู้ส่งข่าวไปถึงพวกเขาแล้วแต่ไม่กลับมา”
19กษัตริย์จึงส่งพลม้าคนที่สองออกไป เขาไปถึงพวกนั้นแล้วพูดว่า “กษัตริย์ถามว่ามาอย่างสันติหรือ” เยฮูตอบว่า “เรื่องสันติเกี่ยวอะไรกับเจ้า จงตามมาข้างหลังเรา”
20ทหารยามรายงานว่า “เขาไปถึงพวกนั้นแล้วแต่ไม่กลับมา การขับรถม้านั้นเหมือนของเยฮูหลานของนิมชี เขาขับอย่างคนบ้า”
21โยรัมสั่งว่า “จงเทียมรถม้าศึกของเรา” เมื่อเทียมเสร็จแล้ว โยรัมกษัตริย์แห่งอิสราเอลและอาหัสยาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์ต่างก็ขับรถม้าศึกของตนออกไปพบเยฮู และพบเขาที่ที่ดินของนาโบทชาวยิสเรเอล
22เมื่อโยรัมเห็นเยฮู เขาก็ถามว่า “มาอย่างสันติหรือ เยฮู” เยฮูตอบว่า “จะมีสันติได้อย่างไร ในเมื่อการเล่นชู้และการใช้เวทมนตร์มากมายนับไม่ถ้วนของเยเซเบลมารดาของเจ้ายังมีอยู่”
23โยรัมหันรถกลับและหนีไป พร้อมทั้งร้องบอกอาหัสยาห์ว่า “กบฏ อาหัสยาห์!”
24เยฮูน้าวธนูสุดกำลังและยิงโยรัมเข้าที่กลางหลัง ลูกธนูทะลุหัวใจของเขา เขาจึงทรุดลงในรถม้าศึก 25เยฮูพูดกับบิดคาร์นายทหารของเขาว่า “จงยกเขาขึ้นแล้วโยนลงบนที่ดินของนาโบทชาวยิสเรเอล จงจำไว้ว่าเมื่อครั้งที่เจ้ากับเราขี่ม้าตามอาหับบิดาของเขาไปด้วยกัน พระบิดาได้กล่าวคำพยากรณ์นี้เกี่ยวกับเขาว่า
26‘เมื่อวานนี้เราได้เห็นโลหิตของนาโบทและโลหิตของบรรดาบุตรของเขาอย่างแน่นอน พระบิดาประกาศดังนี้ และเราจะสนองเจ้าบนที่ดินแปลงนี้แหละ’ บัดนี้จงยกเขาขึ้นแล้วโยนลงบนที่ดินแปลงนั้น ตามที่พระวจนะของพระบิดาได้กล่าวไว้”
27เมื่ออาหัสยาห์กษัตริย์แห่งยูดาห์เห็นเหตุการณ์นี้ เขาก็หนีไปตามทางเบธฮักกาน เยฮูไล่ตามเขาไปพร้อมสั่งว่า “ยิงเขาด้วย!” พวกเขายิงเขาบนรถม้าศึกตรงทางขึ้นเนินกูร์ใกล้เมืองอิบเลอัม แต่เขาหนีรอดไปถึงเมืองเมกิดโดและสิ้นชีวิตที่นั่น 28บรรดาข้าราชการของเขาได้นำศพของเขาขึ้นรถม้าศึกไปยังเยรูซาเล็ม และฝังไว้ในอุโมงค์ฝังศพของเขากับบรรพบุรุษในนครดาวิด 29(อาหัสยาห์ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งยูดาห์ในปีที่สิบเอ็ดแห่งรัชกาลของโยรัมบุตรของอาหับ)
พระวจนะของพระบิดากล่าวโทษเยเซเบล
30เยฮูมาถึงยิสเรเอล เมื่อเยเซเบลได้ยินข่าว นางก็แต่งตาจัดแต่งผมแล้วมองออกไปทางหน้าต่าง 31ขณะที่เยฮูเข้ามาทางประตูเมือง นางก็ถามว่า “มาอย่างสันติหรือ เจ้าศิมรี ผู้ฆ่าเจ้านายของตน” a a v31 เยเซเบลเยาะเย้ยเยฮูโดยเรียกเขาว่า “ศิมรี” ซึ่งเป็นนายทหารที่ฆ่ากษัตริย์ของตนเพื่อแย่งชิงราชบัลลังก์ของอิสราเอล แล้วก็สิ้นชีวิตภายในไม่กี่วัน นางกำลังตราหน้าเยฮูว่าเป็นคนทรยศที่ต้องพบจุดจบ
32เยฮูเงยหน้าขึ้นมองที่หน้าต่างและร้องว่า “ใครอยู่ฝ่ายเรา ใครบ้าง” ขันทีสองสามคนก็มองลงมาที่เขา
33เยฮูสั่งว่า “โยนนางลงมา!” พวกเขาจึงโยนนางลงมา โลหิตของนางบางส่วนกระเซ็นติดกำแพงและติดฝูงม้า ขณะที่ม้าเหยียบย่ำนาง
34เยฮูเข้าไปข้างในกินและดื่ม แล้วพูดว่า “จงไปจัดการกับหญิงที่ถูกสาปแช่งคนนี้และฝังนางเสีย เพราะนางเป็นบุตรสาวของกษัตริย์”
35เมื่อพวกเขาไปเพื่อจะฝังนาง ก็พบเพียงกะโหลกศีรษะ เท้า และฝ่ามือของนางเท่านั้น
36พวกเขากลับไปบอกเยฮู เขาจึงพูดว่า “นี่เป็นพระวจนะของพระบิดาที่พระองค์ได้กล่าวผ่านทางเอลียาห์ชาวทิชบีผู้รับใช้ของพระองค์ว่า ‘สุนัขจะกินเนื้อของเยเซเบลในที่ดินแปลงหนึ่งที่ยิสเรเอล 37ศพของเยเซเบลจะเป็นเหมือนมูลสัตว์ที่อยู่บนทุ่งนาที่ยิสเรเอล จนไม่มีใครพูดได้ว่า “นี่คือเยเซเบล”’”