โยบตอบ ทำไมคนชั่วจึงเจริญรุ่งเรือง
โยบตอบด้วยหลักฐานที่เพื่อนๆ มองข้ามไป คนชั่วแก่ชราและมีอำนาจจริงๆ ลูกๆ ของพวกเขาเต้นรำ และพวกเขาตายอย่างสงบ หลังจากบอกพระเจ้าให้ปล่อยพวกเขาไว้ตามลำพัง ทั้งคนที่อิ่มหนำและคนที่ขมขื่นต่างก็นอนลงในผงคลีเหมือนกัน เขาบอกว่าคำปลอบใจของพวกเพื่อนเป็นความเท็จ
21 1แล้วโยบตอบว่า 2“จงตั้งใจฟังถ้อยคำของข้าพเจ้าให้ดี และให้สิ่งนี้เป็นการปลอบโยนที่พวกท่านมอบให้ข้าพเจ้า 3ขอทนฟังข้าพเจ้าขณะที่ข้าพเจ้าพูด และเมื่อข้าพเจ้าพูดจบแล้ว พวกท่านจะเยาะเย้ยต่อไปก็ได้ 4ส่วนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าร้องทุกข์ต่อมนุษย์ธรรมดาหรือ แล้วทำไมข้าพเจ้าจะหมดความอดทนไม่ได้เล่า 5จงมองดูข้าพเจ้าแล้วตกตะลึง และเอามือปิดปากของพวกท่านไว้ 6เมื่อข้าพเจ้านึกถึงเรื่องนี้ ข้าพเจ้าก็หวาดกลัว และความสั่นสะท้านเข้าครอบงำร่างกายของข้าพเจ้า 7ทำไมคนชั่วจึงมีชีวิตอยู่ต่อไป แก่ตัวลงและมีอำนาจมากขึ้นเล่า 8ลูกหลานของพวกเขาตั้งหลักฐานมั่นคงอยู่กับพวกเขาต่อหน้าต่อตา และเชื้อสายของพวกเขาก็อยู่ต่อสายตาของพวกเขา 9บ้านเรือนของพวกเขาปลอดภัยและไร้ความกลัว และไม่มีไม้เรียวของพระเจ้าตกลงมาเหนือพวกเขา 10วัวตัวผู้ของพวกเขาผสมพันธุ์ไม่เคยพลาด วัวตัวเมียของพวกเขาตกลูกและไม่เคยแท้ง 11พวกเขาปล่อยให้ลูกเล็กๆวิ่งเล่นอย่างอิสระเหมือนฝูงแกะ และลูกๆของพวกเขาก็กระโดดโลดเต้น 12พวกเขาร้องเพลงกับเสียงรำมะนาและพิณ และรื่นเริงกับเสียงขลุ่ย 13พวกเขาใช้ชีวิตอย่างรุ่งเรือง และลงไปสู่หลุมศพอย่างสงบ 14แต่พวกเขากลับพูดกับพระเจ้าว่า ‘ปล่อยเราไว้ตามลำพังเถิด! เราไม่ปรารถนาจะรู้จักวิถีทางของพระองค์ 15องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เป็นผู้ใด เราจึงต้องปรนนิบัติพระองค์หรือ และเราจะได้ประโยชน์อะไรจากการอธิษฐานต่อพระองค์’ 16แต่ความรุ่งเรืองของพวกเขาไม่ได้อยู่ในมือของพวกเขาเอง ข้าพเจ้าไม่ขอเกี่ยวข้องกับคำปรึกษาของคนชั่วเลย 17ตะเกียงของคนชั่วถูกดับบ่อยสักเท่าใด ภัยพิบัติตกลงมาเหนือพวกเขาบ่อยสักเท่าใด พระเจ้าลงโทษด้วยความเจ็บปวดในพระพิโรธของพระองค์บ่อยสักเท่าใด 18พวกเขาเป็นเหมือนฟางที่ถูกลมพัดบ่อยสักเท่าใด เหมือนแกลบที่พายุพัดกระจายไป 19พวกท่านพูดว่า ‘พระเจ้าสะสมโทษของคนคนหนึ่งไว้ให้ลูกหลานของเขา’ ขอให้พระเจ้าตอบแทนคนคนนั้นเอง เพื่อเขาจะได้เรียนรู้เรื่องนี้ 20ขอให้ตาของเขาเองเห็นความพินาศของตน และขอให้เขาได้ดื่มพระพิโรธขององค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ 21เพราะเขาจะห่วงใยครอบครัวของเขาที่อยู่ข้างหลังไปทำไม เมื่อเดือนเวลาของเขาถูกตัดให้สั้นลง 22จะมีใครสอนความรู้ให้พระเจ้าได้หรือ ในเมื่อพระองค์เป็นผู้พิพากษาผู้ที่อยู่เบื้องสูง 23คนหนึ่งตายขณะที่ยังแข็งแรงเต็มที่ สุขสบายและมั่นคงทุกอย่าง 24ร่างกายของเขาได้รับการบำรุงอย่างดี และไขในกระดูกของเขายังชุ่มชื้นอยู่ 25ส่วนอีกคนหนึ่งตายด้วยจิตใจที่ขมขื่น ไม่เคยได้ลิ้มรสสิ่งดีใดๆเลย 26ทั้งสองคนนอนลงในผงคลีดินเหมือนกัน และหนอนก็ปกคลุมทั้งคู่ 27ดูเถิด ข้าพเจ้ารู้ความคิดของพวกท่าน และแผนการที่พวกท่านจะทำร้ายข้าพเจ้า 28เพราะพวกท่านพูดว่า ‘เวลานี้บ้านของคนใหญ่คนโตอยู่ที่ไหน เต็นท์ที่คนชั่วเคยอาศัยอยู่ที่ไหน’ 29พวกท่านไม่เคยถามคนที่เดินทางไปตามถนนหนทางหรือ พวกท่านจะไม่ยอมรับหลักฐานที่พวกเขาให้ไว้หรือ 30ว่าคนชั่วรอดพ้นในวันแห่งภัยพิบัติ ว่าเขาได้รับการช่วยให้พ้นในวันแห่งพระพิโรธ 31ใครจะเผชิญหน้าว่ากล่าวเขาเรื่องความประพฤติของเขา และใครจะตอบแทนเขาสำหรับสิ่งที่เขาทำ 32เขาถูกหามไปยังหลุมศพ และมีคนเฝ้าดูแลหลุมฝังศพของเขา 33ดินในหุบเขานั้นหวานชื่นสำหรับเขา ทุกคนเดินตามหลังเขาไป และคนที่อยู่ข้างหน้าเขาก็นับไม่ถ้วน 34ดังนั้นพวกท่านจะปลอบโยนข้าพเจ้าด้วยถ้อยคำที่ว่างเปล่าได้อย่างไร คำตอบของพวกท่านไม่ใช่อะไรเลยนอกจากความเท็จ”