คำประกาศของทูตสวรรค์
มีการประกาศการล่มสลายของบาบิโลน และมีเสียงหนึ่งเรียกประชากรของพระบิดาของเราให้ออกมาจากนางก่อนที่ภัยพิบัติจะตกลงบนนาง บรรดากษัตริย์ พ่อค้า และชาวเรือยืนดูอยู่แต่ไกลและคร่ำครวญ ไม่ใช่เพื่อนาง แต่เพื่อการค้าที่พวกเขาสูญเสียไป เสียงดนตรี แสงตะเกียง และเสียงงานสมรสก็สิ้นสุดลงที่นั่นตลอดไป
18 1หลังจากนี้ ข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ มีสิทธิอำนาจยิ่งใหญ่ และแผ่นดินโลกก็สว่างไสวด้วยรัศมีของทูตองค์นั้น 2ทูตองค์นั้นร้องเสียงดังว่า “ล่มแล้ว ล่มแล้ว บาบิโลนมหานคร! นครนั้นได้กลายเป็นที่อยู่ของพวกผีร้าย เป็นที่สิงสู่ของวิญญาณโสโครกทุกตน เป็นที่อาศัยของนกโสโครกทุกชนิด เป็นที่อาศัยของสัตว์ร้ายโสโครกและน่าเกลียดชังทุกชนิด 3เพราะทุกชาติได้ดื่ม เหล้าองุ่น แห่งราคะในการล่วงประเวณีของนคร กษัตริย์ทั้งหลายของแผ่นดินโลกได้ล่วงประเวณี กับนคร และพ่อค้าทั้งหลายของแผ่นดินโลกก็ร่ำรวยขึ้นจากอำนาจความฟุ่มเฟือยของนคร”
4แล้วข้าพเจ้าได้ยินอีกเสียงหนึ่งจากสวรรค์กล่าวว่า “ประชากรของเราเอ๋ย จงออกมาจากนครนั้น เพื่อพวกเจ้าจะไม่มีส่วนในบาปของนคร และจะไม่รับภัยพิบัติของนคร
5เพราะบาปของนครกองสูงขึ้นถึงสวรรค์ และพระบิดาของเราได้ระลึกถึงความชั่วร้ายของนคร 6จงคืนสนองแก่นครอย่างที่นครได้ทำกับผู้อื่น และจงตอบแทนนครเป็นสองเท่าตามสิ่งที่นครได้ทำ ในถ้วยที่นครได้ผสมไว้ จงผสมให้นครเป็นสองเท่า 7นครยกย่องตนเองและใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยมากเท่าใด ก็จงให้นครได้รับความทรมานและความทุกข์โศกมากเท่านั้น เพราะนครพูดในใจว่า ‘เรานั่งบนบัลลังก์อย่างราชินี เราไม่ใช่หญิงม่าย และเราจะไม่มีวันพบความทุกข์โศกเลย’ 8เพราะเหตุนี้ ภัยพิบัติต่างๆ ของนครจะมาถึงในวันเดียว คือความตาย ความทุกข์โศก และการกันดารอาหาร และนครจะถูกไฟเผาผลาญ เพราะผู้มีฤทธานุภาพยิ่งใหญ่คือพระบิดาของเราผู้พิพากษานครนั้น”
9กษัตริย์ทั้งหลายของแผ่นดินโลกที่ได้ล่วงประเวณีและใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยร่วมกับนคร จะร้องไห้คร่ำครวญเพราะนคร เมื่อเห็นควันไฟที่เผานครนั้น 10พวกเขายืนอยู่ห่างๆ ด้วยความกลัวความทรมานของนคร แล้วพูดว่า “วิบัติ วิบัติแก่มหานคร บาบิโลน นครผู้มีอำนาจ! ในชั่วโมงเดียวการพิพากษาของเจ้าก็มาถึง” 11พ่อค้าทั้งหลายของแผ่นดินโลกร้องไห้ไว้อาลัยเพราะนคร เพราะไม่มีใครซื้อสินค้าของพวกเขาอีกต่อไป 12สินค้าคือทองคำ เงิน เพชรพลอย ไข่มุก ผ้าลินินเนื้อดี ผ้าสีม่วง ผ้าไหม ผ้าสีแดงเข้ม ไม้หอมทุกชนิด เครื่องงาช้างทุกอย่าง เครื่องไม้ราคาแพง ทองสัมฤทธิ์ เหล็ก และหินอ่อน 13อบเชย เครื่องเทศ เครื่องหอม มดยอบ กำยาน เหล้าองุ่น น้ำมันมะกอก แป้งอย่างดี ข้าวสาลี วัว แกะ ม้า รถม้า และร่างกายกับจิตวิญญาณของมนุษย์
14“ผลไม้สุกงอมที่ใจของเจ้าปรารถนาได้จากเจ้าไปแล้ว ความมั่งคั่งและความโอ่อ่าทั้งสิ้นของเจ้าก็สูญสิ้นไป จะไม่มีวันพบอีกเลย” 15พวกพ่อค้าสิ่งเหล่านี้ที่ร่ำรวยขึ้นจากนคร จะยืนอยู่ห่างๆ ด้วยความกลัวความทรมานของนคร ร้องไห้ไว้อาลัย 16และร้องว่า “อนิจจา อนิจจาแก่มหานคร ที่นุ่งห่มผ้าลินินเนื้อดี ผ้าสีม่วง และผ้าสีแดงเข้ม ประดับด้วยทองคำ เพชรพลอย และไข่มุก! ในชั่วโมงเดียวความมั่งคั่งมากมายเช่นนี้ก็พินาศ” 17นายเรือทุกคน ทุกคนที่แล่นเรือในทะเล ลูกเรือ และทุกคนที่หาเลี้ยงชีพจากทะเล ต่างยืนอยู่ห่างๆ 18และเมื่อเห็นควันไฟที่เผานครนั้น ก็ร้องออกมาว่า “มีนครใดเล่าที่เคยเหมือนมหานครนี้” 19พวกเขาโปรยฝุ่นผงลงบนศีรษะของตน และร้องไห้ไว้อาลัยพลางร้องว่า “วิบัติ วิบัติแก่มหานคร ที่ทุกคนซึ่งมีเรือในทะเลได้ร่ำรวยขึ้นจากความมั่งคั่งของนคร! ในชั่วโมงเดียวนครก็พินาศ” 20สวรรค์เอ๋ย จงเปรมปรีดิ์เพราะนครนั้นเถิด ทั้งพวกธรรมิกชน อัครทูต และผู้เผยพระวจนะเอ๋ย! เพราะพระบิดาของเราได้พิพากษาคดีของพวกท่านที่มีต่อนครแล้ว
21ทูตสวรรค์ที่มีฤทธิ์องค์หนึ่งยกหินก้อนใหญ่เหมือนหินโม่ แล้วเหวี่ยงลงไปในทะเล พูดว่า “มหานครบาบิโลนจะถูกเหวี่ยงลงอย่างรุนแรงเช่นนี้ และจะไม่มีวันพบอีกเลย 22เสียงนักเล่นพิณและนักดนตรี เสียงคนเป่าขลุ่ยและคนเป่าแตร จะไม่มีใครได้ยินในเจ้าอีกเลย ช่างฝีมือในงานใดๆ จะไม่มีให้พบในเจ้าอีกเลย เสียงหินโม่จะไม่มีใครได้ยินในเจ้าอีกเลย 23แสงตะเกียง จะไม่ส่องในเจ้าอีกเลย เสียงเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะไม่มีใครได้ยินในเจ้าอีกเลย เพราะพ่อค้าของเจ้าเคยเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินโลก และทุกชาติถูกหลอกลวงด้วยเวทมนตร์ของเจ้า 24ในนครนั้นเขาพบโลหิตของผู้เผยพระวจนะและธรรมิกชนทั้งหลาย และโลหิตของทุกคนที่ถูกฆ่าบนแผ่นดินโลก”