หมายสำคัญแห่งเส้นผมที่ถูกโปรยกระจาย
เขาโกนผมและหนวดเคราด้วยดาบ แล้วแบ่งเส้นผมด้วยการชั่งน้ำหนัก แต่ละส่วนสามถูกเผา ถูกฟัน หรือถูกกระจายไป เป็นชะตากรรมของเมือง พระบิดาของเราตรัสว่า กรุงเยรูซาเล็มซึ่งถูกตั้งไว้ท่ามกลางประชาชาติ ได้กบฏยิ่งกว่าประชาชาติเหล่านั้นเสียอีก
5 1“บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจงเอาดาบคมเล่มหนึ่งมาใช้ต่างมีดโกนของช่างตัดผม โกนศีรษะและเคราของเจ้า แล้วเอาตราชั่งมาแบ่งเส้นผมนั้น 2เมื่อสิ้นสุดวันที่ถูกล้อมเมือง จงเผาผมหนึ่งในสามด้วยไฟในเมือง จงเอาหนึ่งในสามมาฟันด้วยดาบรอบเมือง และโปรยอีกหนึ่งในสามให้ลมพัดไป แล้วเราจะชักดาบออกไล่ตามพวกเขา 3จงเอาผมเหล่านั้นมาสองสามเส้นผูกไว้ในชายเสื้อคลุมของเจ้า 4จงเอาผมเหล่านี้มาอีกบ้าง โยนเข้าไปในไฟ แล้วเผาเสียในไฟนั้น ไฟจะลามจากที่นั่นไปทั่วพงศ์พันธุ์อิสราเอล’”
5พระบิดาองค์เจ้าชีวิตพูดดังนี้ว่า นี่คือเยรูซาเล็ม เราตั้งเมืองนี้ไว้ที่ศูนย์กลางของบรรดาประชาชาติ มีดินแดนต่างๆ อยู่ล้อมรอบ 6แต่เมืองนี้กลับกบฏต่อกฎเกณฑ์ของเราอย่างชั่วร้ายยิ่งกว่าบรรดาประชาชาติ และกบฏต่อกฎหมายของเรายิ่งกว่าดินแดนต่างๆ ที่อยู่ล้อมรอบ เพราะพวกเขาปฏิเสธกฎเกณฑ์ของเราและไม่ทำตามกฎหมายของเรา
7ฉะนั้นพระบิดาองค์เจ้าชีวิตจึงพูดดังนี้ว่า “เพราะเจ้าดื้อดึงยิ่งกว่าบรรดาประชาชาติที่อยู่ล้อมรอบเจ้า ไม่ทำตามกฎหมายของเราและไม่รักษากฎเกณฑ์ของเรา แม้แต่จะทำตามกฎเกณฑ์ของบรรดาประชาชาติที่อยู่ล้อมรอบเจ้าก็ไม่ทำ 8เพราะฉะนั้นพระบิดาองค์เจ้าชีวิตจึงพูดดังนี้ว่า ‘ดูเถิด เราเองจะต่อสู้เจ้า และจะทำการพิพากษาท่ามกลางเจ้าต่อหน้าบรรดาประชาชาติ 9เพราะสิ่งน่าสะอิดสะเอียนทั้งปวงของเจ้า เราจะทำท่ามกลางเจ้าในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนและจะไม่ทำเช่นนั้นอีกเลย 10ดังนั้นท่ามกลางเจ้า พ่อแม่จะกินลูกของตน และลูกจะกินพ่อแม่ของตน เราจะทำการพิพากษาเจ้า และจะโปรยคนที่เหลือรอดทั้งหมดของเจ้าให้ลมพัดไปทุกทิศ’”
11พระบิดาองค์เจ้าชีวิตประกาศว่า “เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เพราะเจ้าทำให้สถานนมัสการของเราเป็นมลทินด้วยสิ่งชั่วช้าและการน่าสะอิดสะเอียนทั้งปวงของเจ้า เราเองก็จะถอนตัวออกไปฉันนั้น เราจะไม่ไว้ชีวิตผู้ใดและจะไม่เมตตาเลย 12‘หนึ่งในสามของเจ้าจะตายด้วยโรคระบาดหรือการกันดารอาหารท่ามกลางเจ้า หนึ่งในสามจะล้มตายด้วยดาบรอบๆ เจ้า และอีกหนึ่งในสามเราจะโปรยให้ลมพัดไปทุกทิศ และจะชักดาบออกไล่ตามพวกเขา
13“เมื่อนั้นความโกรธของเราจะสิ้นสุดลง เราจะระบายโทสะของเราต่อพวกเขาจนหนำใจและได้รับการปลอบประโลม แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราผู้เป็นพระบิดาของพวกเขาได้พูดด้วยความหวงแหน เมื่อเราได้ระบายโทสะของเราลงเหนือพวกเขาจนหมดสิ้น
14“เราจะทำให้เจ้าเป็นที่ปรักหักพังและเป็นที่อับอายท่ามกลางบรรดาประชาชาติที่อยู่ล้อมรอบเจ้า ต่อสายตาของทุกคนที่ผ่านไปมา 15เจ้าจะเป็นที่อับอายและเป็นที่เยาะเย้ย เป็นคำเตือนและเป็นที่น่าสยดสยองแก่บรรดาประชาชาติที่อยู่ล้อมรอบเจ้า เมื่อเราพิพากษาลงโทษเจ้าด้วยความโกรธ ความพิโรธ และการตีสอนอันเกรี้ยวกราด เราผู้เป็นพระบิดาของเจ้าได้พูดแล้ว 16เมื่อเรายิงลูกธนูแห่งการกันดารอาหารอันร้ายแรงใส่เจ้า ซึ่งส่งมาเพื่อทำลายเจ้า เราจะเพิ่มการกันดารอาหารให้มากขึ้น และตัดเสบียงอาหารของเจ้าให้ขาด 17เราจะส่งการกันดารอาหารและสัตว์ป่ามาต่อสู้เจ้า พวกมันจะทำให้เจ้าไร้ลูกหลาน โรคระบาดและการนองเลือดจะกวาดผ่านเจ้าไป และเราจะนำดาบมาเหนือเจ้า เราผู้เป็นพระบิดาของเจ้าได้พูดแล้ว’”